Posted on

ดูซีรี่ย์: Barbarians อาร์มินิอุสบาร์บาเรียน

ดูซีรี่ย์: Barbarians อาร์มินิอุสบาร์บาเรียน Barbarians Netflix สร้างโดยอ้างอิงเรื่องราวของ ศึกที่ป่าทอยโทเบิร์ก สงครามครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ เมื่อหลายชนเผ่าในเยอรมันรวมตัวกันทำศึกกับจักรวรรดิโรมันในระหว่างคริสต์ศักราชที่ 9 ซึ่งนำโดย อาร์มินิอุส และ ทุสเนลด้า ผู้ที่รวมชนเผ่าเยอรมันให้เป็นหนึ่งเดียวครั้งแรก

ในคริสต์ศักราชที่ 9 จักรวรรดิโรมันกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เข้มแข็งอย่างสูงภายใต้การปกครองของออกุสตุส จักรพรรดิองค์แรกของโรมัน และแผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วยุโรป ปกครองดินแดนต่างๆ รวมถึงดินแดนของชาวเยอรมัน ซึ่งเวลานั้นเป็นเพียงชนเผ่าป่าเถื่อนที่กระจัดกระจายกัน ไม่เป็นปึกแผ่น และยังมีความขัดแย้งต่างๆ ชาวโรมันที่ถือตัวว่ามีอารยะ จึงเรียกพวกเขาแบบเหมารวมว่า “บาร์บาเรียน” หรือ พวกคนเถื่อน

ตัวซีรีส์จะบอกเล่าเกี่ยวกับที่มาของ ศึกที่ป่าทอยโทเบิร์ก ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของประวัติศาสตร์โรมันในการทำศึกกับชาวเผ่าเยอรมัน และยังเป็นศึกแรกที่ชนเผ่าเยอรมันสามารถรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อต่อต้านอำนาจของโรมันด้วย

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ อาร์มินิอุส ชายหนุ่มชาวเยอรมัน ลูกชายของหัวหน้าชนเผ่าเครุสกี ที่ถูกจับตัวไปเป็นตัวประกันอยู่ในโรมตั้งแต่เล็ก โดยอยู่ภายใต้การเลี้ยงดูจากวารุส หนึ่งในข้าหลวงและแม่ทัพที่มีชื่อเสียงของโรม อาร์มินิอุส ได้ซึมซับวิชาการทำสงครามต่างๆมาจากวารุสที่เป็นเสมือนพ่อคนใหม่ แล้วก็กลายเป็นขุนพลคนสนิทที่วารุสไว้ใจมาก

ต่อมาเขาได้ติดตามวารุสมาในดินแดนของชาวเยอรมันเพื่อปฏิบัติหน้าที่ แล้วด้วยเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ทำให้เขาได้กลับมาพบกับเพื่อนเก่าในสมัยเด็กทั้งสองคนคือ ทุสเนลด้า และ โฟล์ควิน ซึ่งการกลับมาพบกันของทั้งสามคนทำให้ชะตากรรมของพวกเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล แล้วก็ทำให้อาร์มินิอุสต้องเลือกว่า เขาจะทำงานให้กับจักรวรรดิโรมันที่ยิ่งใหญ่ หรือจะเลือกยืนหยัดร่วมกับชนเผ่าชาวเยอรมันของเขาเอง

มินิซีรีส์เรื่องนี้มี 6 ตอนจบ 1 ซีซัน จับความเหตุการณ์ “ศึกที่ป่าทอยโทเบิร์ก” ซึ่งเป็นศึกใหญ่ที่ถูกจารึกไว้ในเอกสารบันทึกประวัติศาสตร์ของชาวโรมัน ซึ่งเรื่องราวต่างๆ อ้างอิงจากบันทึกของทาซิทัส นักประวัติศาสตร์และนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ของโรมัน ตัวเขาได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ ในสมัยนั้นเอาไว้มากมาย ทำให้กลายเป็นมรดกล้ำค่าของโลก เพราะทำให้คนรุ่นหลังได้รับทราบเรื่องราวในประวัติศาสตร์สมัยโรมันจากบุคคลที่ใช้ชีวิตอยู่ในร่วมสมัยนั้น

สำหรับศึกครั้งนี้ที่ถูกนำมาสร้างเป็นซีรีส์ เป็นการบอกเล่าวีรกรรมของ อาร์มินิอุส หนึ่งในวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของชาวเยอรมัน ในฐานะที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำคนแรกที่รวบรวมเผ่าเยอรมันต่างๆ ให้กลายเป็นหนึ่งแล้วทำสงครามต่อต้านอำนาจของจักรวรรดิโรมัน แล้วเขายังวางกลยุทธ์อย่างเหนือชั้นที่ช่วยให้ชาวเยอรมันเอาชนะพวกโรมันในศึกที่ป่าทอยโทเบิร์กได้อย่างยิ่งใหญ่ แม้ว่าชาวเยอรมันจะมีกำลังพลน้อยกว่าก็ตาม

ซีรีส์ยังเล่าเรื่องของ วีรสตรีชาวเยอรมันที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ นั่นคือ ทุสเนลด้า ภรรยาของอาร์มินิอุส ซึ่งได้รับการยกย่องเช่นกัน ตัวตนของอาร์มินิอุสยังถูกชาวเยอรมันในยุคหลังใช้เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อเสรีภาพและการถูกกดขี่ แม้กระทั่งฮิตเลอร์ก็ยังเลือกเชิดชูวีรกรรมของอาร์มินิอุสด้วย

ในแง่การเล่าเรื่อง ตัวซีรีส์เหมือนจงใจที่จะไม่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นสารคดีประวัติศาสตร์มากเกินไป ดูไปแล้วเหมือนว่าเรื่องนี้อาจจะได้แนวทางมาจากซีรีส์ดังอย่าง Vikings ที่มีการสร้างตัวละคร “สมมติ” ขึ้นมาช่วยเดินเรื่องราวให้มีสีสัน เพิ่มความดราม่า โดยเฉพาะเรื่องราวแบบเพื่อนรักหักเหลี่ยม หรือแนวรักสามเส้าขึ้นมา ซึ่งซีรีส์ก็ได้สร้างตัวละคร โฟควิน ให้มาเป็น 1 ใน 3 ตัวเอกหลัก และเพิ่มความดราม่าของเรื่องราวเข้ามาด้วย

จุดเด่นของซีรีส์เห็นจะอยู่ที่การเล่าเรื่องที่ไม่น่าเบื่อ กระชับ ด้วยจำนวนตอนจำกัด ใช้เวลาสั้นๆก็พาเรื่องราวเข้าสู่ประเด็นหลัก นั่นคือการต่อต้านอำนาจกดขี่ของชาวโรมัน ซึ่งมันก็เป็นพลอตคลาสสิกของภาพยนตร์และซีรีส์แนวอีพิคหลายเรื่องที่มักเล่นประเด็นคนตัวเล็กๆที่ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่กว่า เพื่อช่วยปลดแอกให้กับผู้คนของตน ส่วนตัวเอกของเรื่องก็มักจะมีความพิเศษอะไรบางอย่าง เช่น มีความสามารถมากกว่าคนทั่วไป มีภาวะผู้นำสูง มีความฉลาด หรือบางครั้งก็เป็นตัวเอกที่ถูกฝั่งศัตรูนำไปเลี้ยงดูมาก่อน หากให้เปรียบไปแล้ว เรื่องราวของอาร์มินิอุสก็มีความคล้ายคลึงกับกษัตริย์นักรบชื่อดังหลายคนอยู่เหมือนกัน

ส่วนจุดเด่นอีกด้านคือ งานคอสตูม โดยเฉพาะฝั่งโรมันที่ค่อนข้างดี ส่วนฝั่งชนเผ่าเยอรมันก็ทำออกมาได้ดูดิบ และมีสไตล์ด้วย

แต่ต้องยอมรับว่า จุดด้อยก็มีไม่น้อย เช่น นักแสดงหลักที่รับบทอาร์มินิอุส ยังแสดงได้ไม่ดีมากนัก แม้ว่าคนที่แสดงเป็นทุสเนลด้าจะทำได้ดีมากก็ตาม

จุดด้อยอีกอย่างคือ ฉากสงครามในตอนท้ายที่มีจุดไม่สมจริงอยู่พอสมควร กับการตัดต่อและเล่าเรื่องในช่วงท้ายที่ไปลดความจริงจังของเรื่องลงไปจนเหมือนกำลังดูละครดราม่า รวมถึงฉากยุทธวิธีทางทหารที่ตัวเรื่องให้เวลาค่อนข้างน้อย และทั้งเรื่องก็มีฉากรบแค่ฉากเดียวในตอนสุดท้ายเท่านั้น

ในภาพรวมแล้ว เป็นมินิซีรีส์แนวอิงประวัติศาสตร์สงครามในโลกโบราณที่ต้องการสื่อสารและบอกเล่าประเด็นของเรื่องได้ค่อนข้างชัดเจนและครบถ้วน ปนดราม่าตัวละครในแบบรักสามเส้า ความสัมพันธ๋พ่อลูก การชิงอำนาจในชนเผ่า แถมยังมีการทิ้งเชื้อไว้หากจะทำซีซันสองต่อไปอีก ซึ่งชะตากรรมของตัวละครหลักทั้งสองคนตามประวัติศาสตร์แล้ว หลังจากนี้ก็จบไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ด้วย ตัวซีรีส์ก็มีการทิ้ง Hint แบบนั้นเอาไว้ แต่ถ้าจะไม่ทำต่อก็พอเข้าใจได้เช่นกัน